Dead stock คือ อะไร ?
Deak Stock คือ สินค้าที่เก็บอยู่ในคลังแต่ไม่สามารถขายออกไปได้ หรือไม่มีความต้องการจากลูกค้าอีกต่อไป สินค้าเหล่านี้มักจะถูกเก็บไว้นานเกินไปจนไม่สามารถสร้างรายได้ให้กับธุรกิจได้ ทำให้เกิดต้นทุนในการจัดเก็บโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์
นานเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่า Dead Stock ?
ระยะเวลาที่สินค้าจะถูกเรียกว่า Dead stock อาจแตกต่างกันไปตามธุรกิจและประเภทของสินค้า โดยทั่วไปแล้ว สินค้าที่ไม่ได้ขายเป็นระยะเวลามากกว่า 6 – 12 เดือน มักจะถูกพิจารณาว่าเป็น dead stock อย่างไรก็ตาม ในบางอุตสาหกรรม เช่น แฟชั่นหรือเทคโนโลยี ระยะเวลาอาจสั้นลง เนื่องจากสินค้าเหล่านี้มีอายุการขายที่จำกัด
ตัวอย่าง Dead Stock
- บริษัทสั่งซื้อแคนตาลูป 2,000 ลูก จากข้อมูลคาดการณ์ความต้องการ แต่ความต้องการของผู้บริโภคลดลงอย่างรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ แคนตาลูป 800 ลูก หมดอายุ และ ไม่สามารถขายได้
- บริษัทผลิตสมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งเปิดตัวรุ่นใหม่ของสมาร์ทโฟนที่มีฟีเจอร์กล้องที่พัฒนาขึ้นอย่างมาก และรองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็วรุ่นล่าสุด แม้พวกเขาจะยังมีสมาร์ทโฟนรุ่นเก่าในสต็อกอยู่ 50,000 เครื่อง แต่ลูกค้าส่วนใหญ่เลือกที่จะซื้อรุ่นใหม่แทน ทำให้ยอดขายของสมาร์ทโฟนรุ่นก่อนหน้าลดลงจนแทบไม่มีการขายออก ส่งผลให้มีสมาร์ทโฟนรุ่นเก่าคงค้างในคลังจำนวน 30,000 เครื่อง ซึ่งกลายเป็น dead stock
- บริษัทเสื้อผ้าสั่งสต็อกเสื้อกันหนาวสำหรับฤดูหนาวจำนวน 3,000 ตัว แต่ฤดูหนาวปีนี้อากาศไม่หนาวเท่าที่คาดไว้ ทำให้เหลือเสื้อกันหนาว 800 ตัวในสต็อก เมื่อฤดูร้อนมาถึง สินค้าจึงขายไม่ออกจนกว่าจะถึงฤดูหนาวหน้า ซึ่งตอนนั้นลูกค้าอาจจะต้องการเสื้อกันหนาวที่มีดีไซน์ใหม่ๆ
ประเภทของ Dead stock
- สินค้าตกรุ่น
- สินค้าเสียหาย
- สินค้าหมดอายุ
- สินค้ามีตำหนิ
- สินค้าที่ถูกลืม
สาเหตุหลักของการเกิด Dead Stock
1. การสั่งสินค้ามากเกินความจำเป็น
การสั่งซื้อสินค้ามากเกินไปโดยไม่ทราบว่าคุณจะขายได้เท่าไหร่ในช่วงเวลาที่กำหนด เป็นสิ่งที่ทำให้เกิด Dead stock ได้เร็วที่สุด
2. การคาดการณ์ความต้องการที่ไม่แม่นยำ
เมื่อธุรกิจไม่สามารถทำนายความต้องการของตลาดได้อย่างถูกต้อง ทำให้มีการสั่งสินค้ามากเกินไป ส่งผลให้เกิดสินค้าคงคลังที่ไม่ได้รับความนิยม
3. การตลาด และ การขายที่ขาดประสิทธิภาพ
การสื่อสารที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ประสบการณ์สั่งซื้อออนไลน์ที่ไม่ดี และการขาดความรับรู้จากผู้บริโภค ก็สามารถทำให้ผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการสูงไม่ถูกขายออกไปได้ จนเกิดเป็น dead stock
4. สินค้าไม่ได้คุณภาพ
ไม่ว่าจะเป็น ข้อบกพร่องในการผลิต หรือ การใช้วัสดุคุณภาพต่ำ ล้วนส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของสินค้าได้
5. ระยะเวลาในการจัดส่งที่ล่าช้า
หากสินค้าจัดส่งช้ากว่ากำหนด ทำให้เกิดปัญหาการยกเลิกออเดอร์ได้
วิธีป้องกันไม่ให้เกิด Dead Stock
1. เพิ่มความแม่นยำของการคาดการณ์
เราสามารถใช้ข้อมูลในอดีตช่วยวิเคราะห์แนวโน้มของตลาดเพื่อคาดการณ์ความต้องการให้แม่นยำมากขึ้น เพื่อลดการสั่งสินค้ามากเกินไป โดย ระบบ ERP สามารถช่วยอำนวยความสะดวกในการรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์เหล่านี้ได้
2. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารคลังสินค้า
ใช้ระบบการจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถตรวจสอบสินค้าคงคลังที่เหลืออยู่ในสต็อกได้แม่นยำ และ สั่งซื้อสินค้าเฉพาะตามความจำเป็น
3. ตรวจสอบสินค้าก่อนรับเข้า
หากคลังสินค้าสามารถตรวจสอบสินค้าก่อนนำเข้าคลังสินค้าได้แต่เนิ่นๆ จะลดความผิดพลาดในการส่งสินค้าที่ไม่มีคุณภาพให้กับลูกค้าได้ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้า
4. ลงทุนในงบการตลาด และ การขาย
ปรับปรุงการสื่อสาร และ แคมเปญการตลาดอย่างเหมาะสม เพื่อให้สินค้าเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น
5. ลงทุนในระบบ ERP
ระบบ ERP ทำให้คุณเห็นข้อมูลของทุกแผนกได้อย่าง real time ไม่ว่าจะเป็นงานในฝั่งการนำเข้า หรือ ส่งออกสินค้า ทำให้คุณสามารถจัดการข้อมูลคลังสินค้าได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังวิเคราะห์แนวโน้มความต้องการและวางแผนการผลิต และ การสั่งซื้อได้ดียิ่งขึ้นด้วย
วิธีข้างต้นเป็นวิธีป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา dead stock แต่หาก คุณมี dead stock แล้วล่ะ จะทำอย่างไรดี เราจึงรวบรวม 7 วิธี ในการกำจัด Dead Stock มาให้ดังนี้ค่ะ
วิธีกำจัด Dead Stock
1. เปลี่ยนช่องทางการขาย
ถ้าหากคุณขายสินค้าในช่องทาง e-commerce แล้วไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่หวังไว้ ลองพิจารณาการขายที่หน้าร้าน เพิ่มเติมแทน หรือ ขายผ่านช่องทางตัวกลาง อื่นๆ เช่น Shopee, Lazada
2. จัดโปรโมชันหรือส่วนลด
สำหรับสินค้าที่มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็น dead stock ควรพิจารณาใช้วิธีจัดโปรโมชันหรือส่วนลดเพื่อลดสินค้าคงคลังเหล่านั้นออกไป
3. แจกฟรี
บริษัทอาจนำสินค้า dead stock มาทำเป็น แคมเปญการตลาด แจกสินค้าฟรี เพื่อที่จะกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าจากบริษัท นอกจากนี้ ยังสามารถมอบเป็นของขวัญ เพื่อสร้างความประทับใจได้อีกด้วย
4. รวมผลิตภัณฑ์
บริษัทสามารถรวมผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าการสั่งซื้อของลูกค้าได้ โดยการจัดกลุ่มสินค้าหลายชิ้น และ ขายในราคาที่ลดลง ซึ่งส่วนมากจะเป็นสินค้าที่ใกล้เคียงกัน หรือ ใช้ร่วมกัน ราคาที่รวมกันมักจะต่ำกว่าที่ลูกค้าต้องซื้อแยกชิ้น
5. บริจาค
บริจาคสินค้า Dead stock ให้กับ องค์กรไม่แสวงหากำไร หรือ ผู้ยากไร้ในชุมชน เป็นสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัท และ เพิ่มการรับรู้ของแบรนด์อีกด้วย
6. หาทางออกร่วมกับ Supplier
ถ้าหากพบปัญหาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง คุณควรติดต่อเพื่อพูดคุยกับซัพพลายเออร์ เพื่อหาสาเหตุ และ หาทางออกร่วมกัน บริษัทอาจพิจารณาเพิ่มคุณภาพวัตถุดิบในการผลิต หรือ การปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อลดปัญหาด้านคุณภาพของสินค้า
7. มองหาความร่วมมือ
คุณอาจลองร่วมมือกับร้านค้าอื่นเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีแบรนด์ร่วมกัน หรือวางแผนการจัดงาน “ขายของร่วม” ที่มีการระดมทุนร่วมกันเพื่อระบายสินค้า Dead stock
จบกันไปแล้วนะคะ สำหรับความรู้ดีๆ ที่เกี่ยวกับ Dead stock ที่ทีมงาน CodexERP รวบรวมมาให้ได้อ่านกัน หากใครกำลังมองหา ระบบ ERP เพื่อช่วยลดปัญหา Dead stock สามารถติดต่อเรา ได้ที่
Line OA: @codex
เบอร์โทร : 02-114-7246
อีเมล: [email protected]
บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ บริษัท โคเด็กซ์ ดิจิตอล พาร์ทเนอร์ จำกัด ห้ามทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการทางกฎหมาย
02-114-7246

